เขื่อนรัชชประภา หรือเขื่อนเชี่ยวหลาน ณ อุทยานแห่งชาติเขาสก จ. สุราษฎร์ธานี

16437 Views  | 

เขื่อนรัชชประภา หรือเขื่อนเชี่ยวหลาน ณ อุทยานแห่งชาติเขาสก จ. สุราษฎร์ธานี

เขื่อนรัชชประภา เขื่อนเชี่ยวหลาน 2569 | เที่ยวเขาสามเกลอ กุ้ยหลินเมืองไทย
เขื่อนรัชชประภา หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ เขื่อนเชี่ยวหลาน เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้วยทัศนียภาพของภูเขาหินปูนสูงชันที่โอบล้อมผืนน้ำสีเขียวมรกต จนได้รับฉายาว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย”

ไฮไลต์สำคัญของการมาเที่ยวที่นี่คือการ ล่องเรือชมภูเขาหินปูน ชมเขาสามเกลอ นอนแพกลางน้ำ พายเรือคายัค และชมบรรยากาศธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติเขาสก

บทความนี้รวบรวมข้อมูลสำหรับวางแผน เที่ยวเขื่อนรัชชประภา หรือเขื่อนเชี่ยวหลาน ปี 2569 (2026) พร้อมข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว การเดินทาง ที่พัก และสิ่งที่ควรรู้ก่อนเดินทาง

เขื่อนรัชชประภา หรือเขื่อนเชี่ยวหลาน คือที่ไหน?
เขื่อนรัชชประภา ตั้งอยู่ใน อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เดิมมีชื่อว่า “เขื่อนเชี่ยวหลาน”
กฟผ. เริ่มก่อสร้างเขื่อนเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2525 และก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนกันยายน พ.ศ. 2530 จากนั้นได้รับพระราชทานนามว่า “เขื่อนรัชชประภา” ซึ่งมีความหมายว่า “แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร”
เขื่อนแห่งนี้เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่มีประโยชน์ทั้งด้านการบริหารจัดการน้ำ การชลประทาน การบรรเทาอุทกภัย และการผลิตกระแสไฟฟ้า นอกจากนี้บริเวณอ่างเก็บน้ำยังกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

ข้อมูลเขื่อนรัชชประภา
ข้อมูลจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ระบุว่าเขื่อนรัชชประภามีรายละเอียดสำคัญดังนี้
ประเภทเขื่อน: เขื่อนหินถมแกนดินเหนียว
ความสูงจากฐานราก: 94 เมตร
ความยาวสันเขื่อน: 761 เมตร
พื้นที่อ่างเก็บน้ำ: 185 ตารางกิโลเมตร
ความจุอ่างเก็บน้ำ: 5,639 ล้านลูกบาศก์เมตร
จำนวนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า: 3 เครื่อง
กำลังผลิตเครื่องละ: 80 เมกะวัตต์
กำลังผลิตรวม: 240 เมกะวัตต์
ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ: 554 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี
ทำไมเขื่อนเชี่ยวหลานถึงเรียกว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย”?
จุดเด่นของเขื่อนเชี่ยวหลานคือภูเขาหินปูนจำนวนมากที่ตั้งอยู่กลางอ่างเก็บน้ำ เมื่อมองจากเรือจะเห็นภูเขาสูงชันรูปร่างแปลกตาสลับกับผืนน้ำสีเขียว ทำให้บรรยากาศมีความคล้ายคลึงกับภูมิประเทศของกุ้ยหลินในประเทศจีน
กฟผ. ระบุว่าอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภาได้รับการขนานนามว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย” และเป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวสำคัญของพื้นที่

เขาสามเกลอ ไฮไลต์สำคัญของเขื่อนเชี่ยวหลาน
เขาสามเกลอ ถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขื่อนเชี่ยวหลาน

ลักษณะเด่นคือยอดเขาหินปูน 3 ยอดที่ตั้งอยู่กลางผืนน้ำ รายล้อมด้วยภูเขาและธรรมชาติ จึงเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมล่องเรือมาถ่ายภาพ

ช่วงเช้าเป็นช่วงที่บรรยากาศสวยเป็นพิเศษ หากสภาพอากาศเอื้ออำนวยอาจพบหมอกบาง ๆ ลอยเหนือผิวน้ำ ทำให้ภาพของเขาสามเกลอมีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

แนะนำ: หากต้องการถ่ายภาพเขาสามเกลอ ควรเลือกนั่งเรือช่วงเช้า แสงจะนุ่มและมีโอกาสได้บรรยากาศหมอกเหนือผิวน้ำ

กิจกรรมยอดนิยมที่เขื่อนเชี่ยวหลาน
1. ล่องเรือชมธรรมชาติ
การล่องเรือเป็นกิจกรรมหลักของการมาเที่ยวเขื่อนเชี่ยวหลาน นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือหางยาวเข้าไปชมภูเขาหินปูน และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ภายในอ่างเก็บน้ำ ตามตัวอย่างภาพด้านบนจาก 500rai

เส้นทางและระยะเวลาในการล่องเรือขึ้นอยู่กับแพพัก โปรแกรมท่องเที่ยว และสภาพอากาศในแต่ละวัน

กฟผ. ระบุว่าภายในอ่างเก็บน้ำมีทั้งแพของอุทยานแห่งชาติเขาสกและแพเอกชนหลายแห่ง รวมถึงมีบริการเรือหางยาวสำหรับชมทัศนียภาพ

2. ชมเขาสามเกลอ
จุดที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนที่มาเที่ยวเขื่อนเชี่ยวหลานคือ เขาสามเกลอ ซึ่งเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมกลางอ่างเก็บน้ำ

3. นอนแพกลางน้ำ
อีกหนึ่งประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขื่อนเชี่ยวหลานคือการพักค้างคืนบนแพกลางน้ำ
ภายในพื้นที่มีทั้งแพที่อยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานรัฐและแพเอกชน โดยรูปแบบห้องพัก ราคา อาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกแตกต่างกันไป
ดังนั้น ก่อนจองควรสอบถามให้ชัดเจนว่า ราคาแพรวมค่าเรือ อาหาร และกิจกรรมอะไรบ้าง

4. พายเรือคายัค
แพหลายแห่งมีบริการเรือคายัคให้นักท่องเที่ยวใช้พายเล่นบริเวณรอบที่พัก เป็นกิจกรรมที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติแบบใกล้ชิด

5. เล่นน้ำหน้าแพ
นักท่องเที่ยวสามารถเล่นน้ำบริเวณหน้าแพได้ในพื้นที่ที่ผู้ให้บริการกำหนด แต่ควรสวมเสื้อชูชีพและปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยของแพที่พัก

ที่พักเขื่อนเชี่ยวหลาน มีอะไรบ้าง?
ที่พักบริเวณเขื่อนเชี่ยวหลานมีหลายรูปแบบ ทั้งแพพักของอุทยานแห่งชาติเขาสกและแพเอกชน
กฟผ. ระบุว่าภายในอ่างเก็บน้ำมีแพที่พักของอุทยานแห่งชาติเขาสก รวมถึงแพเอกชนหลายแห่ง
ตัวอย่างแพที่เป็นที่รู้จัก ได้แก่
1. 500 Rai Khao Sok Floating Resort 077-953-013
2. Panvaree The Greenery 089-132-0007 / 086-316-1705
3. Keereewarin 083-064-6818
4. Baandin Chiewlarn Resort 095-285-0055
5. Caligo Resort 062-176-2888
6. Baan Suan Hill Resort 087-889-3322
7. Belong Jin The Dam Resort 077-380-439 / 063-536-9241
8. Rai Eingpu 084-441-7449
9. Bansuanphutarn 093-029-9799
10. River View Resort at Cheawlan 083-180-0446
แพเอกชนในพื้นที่เขื่อนเชี่ยวหลาน
หมายเหตุ: ราคาแพ ที่พัก ค่าเรือ และแพ็กเกจอาหารมีการเปลี่ยนแปลงตามผู้ให้บริการและช่วงเวลา จึงไม่ควรยึดราคาจากบทความเก่า ควรตรวจสอบราคาและเงื่อนไขกับผู้ให้บริการโดยตรงก่อนจอง

อุทยานแห่งชาติเขาสก
เขื่อนรัชชประภามีความเชื่อมโยงกับพื้นที่ท่องเที่ยวของ อุทยานแห่งชาติเขาสก ซึ่งครอบคลุมพื้นที่อำเภอพนมและอำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
พื้นที่แห่งนี้มีภูเขาหินปูน ป่าดิบ และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ รวมถึงเป็นพื้นที่ต้นน้ำที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติ
หนึ่งในพืชที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่คือ บัวผุด ซึ่งเป็นพืชที่มีดอกขนาดใหญ่มากชนิดหนึ่งของโลก

ถ้ำน้ำทะลุ
ถ้ำน้ำทะลุ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถเดินทางเชื่อมโยงกับการเที่ยวเขื่อนเชี่ยวหลาน โดยมีลักษณะเป็นถ้ำธรรมชาติที่มีลำธารไหลผ่าน และมีหินงอกหินย้อยภายในถ้ำ
อย่างไรก็ตาม การเข้าชมถ้ำและเส้นทางธรรมชาติอาจมีการกำหนดช่วงเวลาเปิด-ปิดตามสภาพอากาศ ฤดูกาล และประกาศของหน่วยงานที่รับผิดชอบ
ดังนั้น ไม่ควรใช้ข้อมูลวันเปิด-ปิดจากบทความเก่าเป็นข้อมูลถาวร ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดก่อนเดินทางทุกครั้ง

เที่ยวเขื่อนเชี่ยวหลานช่วงไหนดี?
เขื่อนเชี่ยวหลานสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้หลายช่วงของปี แต่บรรยากาศจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล

ปลายฝน – ต้นหนาว
เป็นช่วงที่ธรรมชาติยังมีความเขียวชอุ่ม และในช่วงเช้าอาจมีหมอกเหนือผิวน้ำ เหมาะกับการถ่ายภาพและชมธรรมชาติ

ฤดูร้อน
เหมาะกับกิจกรรมทางน้ำ เช่น พายเรือคายัคและเล่นน้ำ แต่ควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด และครีมกันแดด

ฤดูฝน
ธรรมชาติจะมีความเขียวสดและมีบรรยากาศสวยงาม แต่ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง เนื่องจากฝนตกหนักอาจส่งผลต่อกิจกรรมทางน้ำและเส้นทางเดินป่า

การเดินทางไปเขื่อนรัชชประภา
เดินทางด้วยรถยนต์
หากเดินทางจากกรุงเทพฯ ให้ใช้เส้นทางลงภาคใต้เข้าสู่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากนั้นเดินทางต่อไปยัง อำเภอบ้านตาขุน
เมื่อถึงบริเวณเขื่อน สามารถเดินทางไปยังสันเขื่อน จุดชมวิว และท่าเรือเพื่อเตรียมตัวล่องเรือเข้าสู่พื้นที่อ่างเก็บน้ำ

เดินทางด้วยเครื่องบิน
สามารถเดินทางโดยเครื่องบินมายัง สนามบินสุราษฎร์ธานี จากนั้นเช่ารถหรือใช้บริการรถรับส่งมายังอำเภอบ้านตาขุน
หากต้องการนอนแพกลางน้ำ ควรเผื่อเวลาเดินทางไปยังท่าเรือและเวลานั่งเรือเข้าสู่แพด้วย

เที่ยวเขื่อนเชี่ยวหลาน 2 วัน 1 คืน
วันแรก
- เดินทางถึงเขื่อนรัชชประภา
- ชมวิวบริเวณสันเขื่อน
- เดินทางไปท่าเรือ
- ล่องเรือเข้าสู่อ่างเก็บน้ำ
- แวะชมเขาสามเกลอ
- เช็กอินแพ
- พายเรือคายัคหรือเล่นน้ำ
- รับประทานอาหารและพักผ่อนบนแพ
วันที่สอง
- ตื่นเช้าชมบรรยากาศและหมอกเหนือผิวน้ำ
- ล่องเรือชมธรรมชาติ
- เดินทางกลับท่าเรือ
- เดินทางกลับสุราษฎร์ธานีหรือไปเที่ยวเขาสกต่อ


ขับรถไปเที่ยวเขื่อนเชี่ยวหลาน ต้องเตรียมรถอย่างไร?
สำหรับคนที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ควรตรวจสอบรถก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะหากต้องเดินทางระยะไกล
สิ่งที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
- แบตเตอรี่รถยนต์
- ระบบไดชาร์จ
- ยางรถยนต์ และแรงดันลม
- ระบบเบรก
- น้ำมันเครื่อง
- น้ำหล่อเย็น
- ไฟหน้า และไฟท้าย
- ใบปัดน้ำฝน
- ยางอะไหล่และอุปกรณ์ฉุกเฉิน
แบตเตอรี่รถยนต์ เป็นอีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากแบตเตอรี่เสื่อมมากอาจทำให้รถสตาร์ทไม่ติดระหว่างเดินทางได้
หากต้องการดูวิธีตรวจสอบอาการแบตเตอรี่เสื่อม สามารถอ่านบทความ “เมื่อไหร่ที่ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์” ของ FastBatt เพิ่มเติมได้ และหากเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างเดินทาง ควรศึกษาวิธี “สตาร์ทรถแบตหมด” เอาไว้ล่วงหน้า

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเที่ยวเขื่อนเชี่ยวหลาน ปี 2569
1. ควรจองแพและที่พักล่วงหน้า โดยเฉพาะวันหยุดยาว
2. ตรวจสอบว่าราคาที่พักรวมค่าเรือหรือไม่
3. สอบถามเรื่องอาหารและเครื่องดื่มก่อนเดินทาง
4. ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเรือ
5. หากต้องการเที่ยวถ้ำหรือเดินป่า ควรตรวจสอบสถานะการเปิดเส้นทางล่าสุด
6. สวมเสื้อชูชีพเมื่อลงเล่นน้ำหรือทำกิจกรรมทางน้ำ
7. เตรียมยาประจำตัว ยากันยุง และอุปกรณ์กันแดด
8. เตรียมถุงกันน้ำสำหรับโทรศัพท์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
9. รักษาความสะอาดและไม่ทิ้งขยะในพื้นที่ธรรมชาติ
10. ตรวจเช็กรถยนต์และแบตเตอรี่ก่อนเดินทางไกล

สรุป เขื่อนรัชชประภา เขื่อนเชี่ยวหลาน 2569
เขื่อนรัชชประภา หรือเขื่อนเชี่ยวหลาน เป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ โดยมีไฮไลต์สำคัญอย่าง เขาสามเกลอ กุ้ยหลินเมืองไทย การล่องเรือ และการนอนแพกลางน้ำ

หากมีเวลา แนะนำให้วางแผนอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน เพื่อให้มีเวลาเที่ยวชมอ่างเก็บน้ำ ชมเขาสามเกลอ และสัมผัสบรรยากาศช่วงเช้าบนแพอย่างเต็มที่

สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ ควรตรวจสอบสภาพรถและแบตเตอรี่ก่อนออกเดินทาง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหารถสตาร์ทไม่ติดระหว่างทาง

หมายเหตุ: ค่าเรือ ค่าที่พัก ค่าอาหาร กิจกรรม และเงื่อนไขการเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ อาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับผู้ให้บริการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเดินทาง

 

Powered by MakeWebEasy.com
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy  and  Cookies Policy