เงื่อนไข และขั้นตอนการส่งเคลมหลังการขายค่าแบตเตอรี่รถยนต์ สถานะของแบตเตอรี่จากปริ๊นสลิป
1. GOOD BATTERY หมายความว่า สุขภาพแบตเตอรี่ของเรายังคงดีอยู่
2. GOOD RECHARGE หมายความว่า แบตเตอรี่ของเรายังคงดี แต่ไฟอ่อน โวลต์ต่ำ ควร RECHARGE แบตเตอรี่
3. CHARGE & RETEST หมายความว่า เครื่องไม่แน่ใจในผลการตรวจสอบ เนื่องจากแบตเตอรี่มีไฟอ่อน โวลต์ต่ำ ให้ทำการ RECHARGE แบตเตอรี่ให้เรียบร้อย และนำมาตรวจสอบอีกครั้ง
4. REPLACE BATTERY หมายความว่า แบตเตอรี่เสื่อมสภาพจากการใช้งาน ควรเปลื่ยนแบตเตอรี่
5. BAD CELL หมายความว่า แบตเตอรี่เสียหายอย่างหนัก แผ่นธาตุเกิดชำรุดเสียหายจนไม่อาจใช้งานได้ ควรเปลื่ยนแบตเตอรี่
การส่งเคลมเพื่อพิจารณาการเคลมแบตเตอรี่จากโรงงานผู้ผลิตต้องตรงตามเงื่อนไขข้อ 4-5 เท่านั้น
หมายเหตุ : แบตเตอรี่ไฟอ่อน ไฟหมด จอดนาน เปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าทิ้งไว้ เรียกเข้าตรวจเช็คหน้างาน มีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ 500 บาท
การเคลมแบตเตอรี่ กรณีมีค่าใช้จ่าย
3K BATTERRY
ภายใต้เงื่อนไขการรับประกันนี้ และหลังจากการตรวจสอบว่าถูกต้องตามเงื่อนไขการรับประกัน บริษัทจะเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหม่ให้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. รับประกัน 1 ปี หรือ 25,000 กม. สำหรับการใช้งานรถยนต์ส่วนบุคคล รับประกัน 6 เดือน หรือ 25,000 กม. สำหรับการใช้งานรถยนต์เชิงพาณิชย์
2. รับประกันตามระยะเวลา หรือระยะทาง แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อนโดยเริ่มนับการรับประกันตั้งแต่ วันที่ลูกค้าผู้ใช้งานซื้อแบตเตอรี่ กรณีที่ไม่สามารถตรวจสอบวันที่ซื้อได้ ให้นับจากวันที่ผลิตจากโรงงาน
3. บริษัทจะชดเชยแบตเตอรี่ลูกใหม่ให้ ในกรณีเป็นความบกพร่องจากการผลิตเท่านั้น
4. กรณีได้รับการเคลม แบตเตอรี่ลูกใหม่ที่เคลมให้ จะสิ้นสุดการรับประกันวันเดียวกับแบตเตอรี่ลูกเดิมที่ส่งเคลม
5. โปรดศึกษาข้อยกเว้นการรับประกัน
ข้อยกเว้นการรับประกันแบตเตอรี่
1. อายุหรือระยะทางการใช้งาน รวมถึงการจัดเก็บ เกินกว่าเกณฑ์การรับประกัน
2. ไม่ระบุวันที่ซื้อบนแบตเตอรี่ หรือไม่สามารถตรวจสอบวันซื้อได้
3. ความเสียหายที่เกิดจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุหรือแรงจากการกระทำภายนอก เช่น ขั้วยุบ, เอียงหรือแบตเตอรี่แตก, ร้าว
4. ความเสียหายจากการติดตั้ง การใช้งานที่ไม่เหมาะสม เช่น ขั้วสปาร์ค, ต่อผิดขั้ว, ชาร์จสลับขั้ว
5. การเติมสารที่ไม่ใช่กรดกำมะถัน ตามมาตราฐานที่ผู้ผลิตแนะนำในการเติมกรดครั้งแรก หรือเติมไม่ได้ระดับ, เติมไม่ครบทุกช่อง (สำหรับแบตเตอรี่ชนิดที่ไม่ได้เติมกรดจากโรงงาน)
6. การเติมสารที่ไม่ใช่น้ำกลั่น ในการบำรุงรักษาแบตเตอรี่ชนิดที่ต้องดูแลน้ำกลั่น ปล่อยให้น้ำกรดต่ำหรือสูงกว่าระดับที่กำหนด
7. แบตเตอรี่บวม หรือระเบิด จากการดูแลไม่เหมาะสม
8. ความบกพร่องที่เกิดจากรถยนต์ หรืออุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับแบตเตอรี่ เช่น ระบบไฟฟ้าของรถยนต์รั่ว, ระบบชาร์จไม่ปกติ, ไฟฟ้าลัดวงจร
9. ชาร์จไฟมากเกินไป อาจเกิดจาก แรงดันไฟฟ้า หรือกระแสไฟชาร์จมากเกินไป หรือชาร์จนานเกินไป
10. จ่ายไฟมากเกินไป อาจเกิดจาก เปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าทิ้งไว้, จอดรถยนต์ไว้เป็นเวลานาน โดยไม่ได้ชาร์จไฟ, ถอดแบตเตอรี่ทิ้งไว้นาน, ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าเพิ่ม
11. ดัดแปลงแบตเตอรี่ เช่น เปลี่ยนถ่ายน้ำกรดใหม่, เติมน้ำกรดเพิ่ม, หล่อขั้วใหม่
12. ใช้งานผิดประเภท เช่น นำไปใช้กับ เครื่องสำรองไฟ, รถไฟฟ้า, ไฟแสงสว่าง หรืออื่นๆ
13. ติดตั้งแบตเตอรี่ที่มีค่าความจุไม่เหมาะสมกับรถยนต์
14. แบตเตอรี่ไฟอ่อน หรือ แบตเตอรี่ที่สามารถชาร์จไฟกลับคืนและใช้งานได้ปกติ