รถไฟฟ้าลุยน้ำได้ไหม? วิธีขับรถ EV ช่วงหน้าฝนและน้ำท่วมอย่างปลอดภัย

34 Views  | 

รถไฟฟ้าลุยน้ำได้ไหม? วิธีขับรถ EV ช่วงหน้าฝนและน้ำท่วมอย่างปลอดภัย

รถไฟฟ้าลุยน้ำได้ไหม? วิธีขับรถ EV ช่วงหน้าฝน และน้ำท่วมอย่างปลอดภัย
เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) หลายคนอาจมีคำถามว่า รถไฟฟ้าลุยน้ำได้ไหม? แบตเตอรี่จะเสียหรือไม่ หากต้องขับผ่านถนนที่มีน้ำขัง และสามารถชาร์จรถ EV ตอนฝนตกได้หรือเปล่า?

รถ EV ถูกออกแบบให้ระบบไฟฟ้าแรงดันสูง และแบตเตอรี่มีการป้องกันตามมาตรฐานของรถแต่ละรุ่น จึงสามารถใช้งานในสภาพฝนตก และผ่านน้ำขังได้ตามขอบเขตที่ผู้ผลิตกำหนด แต่ไม่ได้หมายความว่า รถไฟฟ้าทุกรุ่นสามารถลุยน้ำท่วมได้ทุกระดับ

ดังนั้น สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงคำถามว่า “รถ EV กันน้ำได้ไหม” แต่ควรพิจารณาถึง ระดับน้ำ สภาพถนน ความแรงของกระแสน้ำ และคำแนะนำเฉพาะของผู้ผลิตรถรุ่นนั้นๆ
รถไฟฟ้าลุยน้ำได้ไหม?
รถไฟฟ้าสามารถขับผ่านฝน และน้ำขังได้สบายมาก ไม่ต้องห่วงครับ แต่ควรระมัดระวังให้ปฎิบัติตามเงื่อนไขกาใช้งานที่ผู้ผลิตแนะนำ เพราะระบบไฟฟ้าแรงดันสูง เช่น แบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า และสายไฟแรงดันสูง มีการออกแบบให้มีการป้องกันความชื้น และน้ำในระดับที่เหมาะสม แต่คำว่า “กันน้ำ” ไม่ได้หมายความว่า สามารถนำรถ EV ไปขับลุยน้ำท่วมลึกได้อย่างปลอดภัย ความสามารถในการผ่านน้ำของรถแต่ละรุ่นแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับการออกแบบตัวรถ ตำแหน่งของแบตเตอรี่ ระบบซีล และข้อกำหนดของผู้ผลิต
ผมแนะนำว่า หากต้องขับผ่านน้ำขัง ไม่ควรใช้ตัวเลขความลึกของน้ำจากรถรุ่นอื่นมาเป็นเกณฑ์ตัดสินใจ ควรตรวจสอบคู่มือรถรุ่นที่ใช้อยู่เป็นหลัก

ทำไมรถ EV จึงสามารถขับตอนฝนตก และผ่านน้ำขังได้?
หลายคนอาจกังวลว่า เมื่อรถ EV ใช้ระบบไฟฟ้า และมีแบตเตอรี่แรงดันสูงอยู่ใต้ท้องรถ การขับผ่านน้ำจะทำให้เกิดไฟฟ้าช็อตหรือไม่ โดยทั่วไป รถ EV มีการออกแบบระบบไฟฟ้าแรงดันสูงให้มีการป้องกันน้ำ และความชื้นตามข้อกำหนดของรถแต่ละรุ่น รวมถึงแบตเตอรี่แรงดันสูง และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องอาจมีการระบุระดับการป้องกันแบบ IP (Ingress Protection) เช่น IP67 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการออกแบบ ไม่ใช่การรับประกันว่ารถทั้งคันจะลุยน้ำได้ทุกสถานการณ์ โดยขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของผู้ผลิต
รวมไปถึงระบบป้องกันที่สำคัญ ได้แก่
- แบตเตอรี่แรงดันสูงมีโครงสร้าง และซีลป้องกันตามการออกแบบของผู้ผลิต
- ขั้วต่อ และสายไฟแรงดันสูงได้รับการป้องกันจากความชื้น
- ระบบควบคุมสามารถตรวจสอบความผิดปกติของระบบไฟฟ้า
- มีระบบตัดวงจรแรงดันสูงเมื่อพบความผิดปกติในบางเงื่อนไข
- ตัวรถ และชิ้นส่วนต่างๆ ได้รับการออกแบบให้รองรับสภาพแวดล้อมตามข้อกำหนดของรถ
อย่างไรก็ตาม ระบบเหล่านี้ ไม่ได้ทำให้รถ EV สามารถจมน้ำหรืออยู่ในน้ำท่วมลึกได้โดยไม่มีความเสี่ยง เพราะสภาพน้ำท่วมจริงมีทั้งแรงดันน้ำ โคลน และสารปนเปื้อน

รถ EV ลุยน้ำได้ลึกแค่ไหน?
คำถามนี้เป็นหนึ่งในเรื่องที่ผู้ใช้รถ EV ค้นหามาก แต่ ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับรถไฟฟ้าทุกคัน
รถแต่ละรุ่นอาจกำหนดความสามารถในการผ่านน้ำแตกต่างกัน และบางรุ่นอาจไม่ได้ระบุความลึกของน้ำเป็นตัวเลข แต่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการขับผ่านน้ำหรือพื้นที่น้ำท่วมแทน
ดังนั้นไม่ควรสรุปว่า “รถ EV ทุกคันลุยน้ำได้ 30 ซม.” หรือ “รถไฟฟ้าลุยน้ำได้ 50 ซม.” เพราะอาจไม่ตรงกับข้อกำหนดของรถแต่ละรุ่น สิ่งที่ควรพิจารณามากกว่าความลึกของน้ำนอกจากระดับน้ำแล้ว ผู้ขับควรดูปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น
1. กระแสน้ำ
น้ำที่ไหลแรงสามารถทำให้รถเสียการทรงตัวหรือถูกพัดออกจากเส้นทางได้ แม้ระดับน้ำจะไม่สูงมาก

2. สภาพพื้นถนน
น้ำขังอาจทำให้มองไม่เห็นหลุม ฝาท่อ หรือสิ่งกีดขวางใต้ผิวน้ำ

3. ระดับน้ำเพิ่มขึ้นหรือไม่
หากน้ำกำลังเพิ่มระดับอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรเสี่ยงขับผ่านเพียงเพราะช่วงแรกยังดูไม่ลึก

4. คำแนะนำจากผู้ผลิต
ถือเป็นข้อมูลที่สำคัญที่สุด เพราะรถแต่ละรุ่นมีการออกแบบแตกต่างกัน

วิธีขับรถ EV ผ่านน้ำขังอย่างปลอดภัย
หากต้องขับผ่านน้ำขัง ควรใช้ความเร็วต่ำ และสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้เกิด "คลื่นน้ำ" จากหน้ารถเข้าสู่ห้องเครื่องหรือจุดเชื่อมต่อไฟฟ้าครับ
คำแนะนำเพิ่มเติม
หากเป็นเพียงน้ำขังในระดับที่รถสามารถผ่านได้ตามคำแนะนำของผู้ผลิต ควรเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่
1. ลดความเร็ว
ขับด้วยความเร็วต่ำและสม่ำเสมอ เพื่อลดการกระจายน้ำและช่วยให้ควบคุมรถได้ง่ายขึ้น

2. หลีกเลี่ยงน้ำที่ไหลแรง
หากพบกระแสน้ำไหลผ่านถนนอย่างชัดเจน ผมไม่แนะนำให้เสี่ยงขับผ่าน เพราะแรงของน้ำสามารถส่งผลต่อการควบคุมรถได้

3. อย่าขับตามรถคันหน้าแบบประชิด
รถคันหน้าอาจสร้างคลื่นน้ำ ทำให้ระดับน้ำบริเวณด้านหน้ารถสูงขึ้นกว่าปกติ

4. ระวังหลุม และสิ่งกีดขวาง
เมื่อถนนถูกน้ำท่วม ผู้ขับอาจมองไม่เห็นสภาพพื้นผิว จึงควรหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ไม่สามารถประเมินสภาพถนนได้

5. หากน้ำสูงขึ้นจนเกินระดับที่มั่นใจ ให้หยุด
ไม่ควรฝืนขับต่อเพียงเพราะรถคันอื่นสามารถผ่านไปได้ เพราะรถแต่ละรุ่นมีความสามารถในการผ่านน้ำแตกต่างกัน

รถ EV จมน้ำหรือน้ำท่วมถึงตัวรถ ควรทำอย่างไร?
กรณีนี้แตกต่างจากการขับผ่านน้ำขังทั่วไป และควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก
หากรถถูกน้ำท่วมสูงหรือจมน้ำ
- หลีกเลี่ยงการเข้าไปสัมผัสรถหากมีความเสี่ยงจากระบบไฟฟ้าหรือสภาพแวดล้อม
- อย่าพยายามเปิดระบบหรือขับรถต่อโดยไม่ตรวจสอบ
- หากรถถูกน้ำท่วมถึงบริเวณแบตเตอรี่แรงดันสูง ควรให้ผู้เชี่ยวชาญหรือศูนย์บริการตรวจสอบ
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตและบริษัทประกันภัย
- หากสงสัยว่าระบบไฟฟ้าได้รับความเสียหาย ไม่ควรนำรถไปชาร์จเอง
- การเคลื่อนย้ายรถควรใช้วิธีที่ผู้ผลิตกำหนด โดยเฉพาะกรณีที่ระบบขับเคลื่อนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ
- ไม่ควรสรุปว่ารถ EV ที่ถูกน้ำท่วมจะปลอดภัยหรืออันตรายจากภายนอกเพียงอย่างเดียว เพราะต้องตรวจสอบสภาพของแบตเตอรี่และระบบแรงดันสูงก่อนนำกลับมาใช้งาน

หลังรถ EV ลุยน้ำ ควรตรวจสอบอะไรบ้าง?
หากรถผ่านน้ำขังในระดับที่ผู้ผลิตอนุญาต และไม่มีอาการผิดปกติ สามารถกลับมาใช้งานตามปกติได้ตามคู่มือรถ
แต่หากหลังจากลุยน้ำพบอาการผิดปกติ เช่น
- มีไฟเตือนระบบไฟฟ้าหรือระบบแรงดันสูง
- รถไม่สามารถเข้าสู่สถานะพร้อมขับได้
- ระบบชาร์จทำงานผิดปกติ
- พบความเสียหายบริเวณใต้ท้องรถ
- มีน้ำเข้าไปในห้องโดยสารหรือบริเวณอุปกรณ์ไฟฟ้า
- รถมีพฤติกรรมผิดปกติหลังผ่านน้ำท่วม
- ควร หยุดใช้งานและนำรถเข้าตรวจสอบโดยช่างหรือศูนย์บริการที่มีความรู้เกี่ยวกับรถ EV
โดยเฉพาะกรณีที่สงสัยว่าแบตเตอรี่แรงดันสูงได้รับความเสียหาย ไม่ควรแกะหรือซ่อมระบบด้วยตัวเอง

รถไฟฟ้าชาร์จตอนฝนตกได้ไหม?
โดยทั่วไปสามารถชาร์จรถ EV ขณะฝนตกได้ หากรถ อุปกรณ์ชาร์จ และระบบไฟฟ้าได้รับการติดตั้ง และออกแบบให้ใช้งานในสภาพดังกล่าวอย่างถูกต้อง
หัวชาร์จ และระบบชาร์จของรถ EV มีการออกแบบให้มีการป้องกันตามมาตรฐาน แต่ผู้ใช้ควรปฏิบัติตามคู่มือรถและอุปกรณ์ชาร์จเสมอ สิ่งที่ควรระวังคือ อย่าชาร์จในบริเวณที่มีน้ำท่วมขังหรือมีความเสี่ยงที่จุดเชื่อมต่อไฟฟ้าจะสัมผัสน้ำ
ก่อนชาร์จควรตรวจสอบว่า
- หัวชาร์จและช่องเสียบไม่มีความเสียหาย
- ไม่มีน้ำหรือสิ่งสกปรกผิดปกติบริเวณจุดเชื่อมต่อ
- สายชาร์จอยู่ในสภาพสมบูรณ์
- ระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ป้องกันได้รับการติดตั้งอย่างเหมาะสม
- บริเวณชาร์จไม่มีน้ำท่วมขัง
ผมมองว่าการมีหลังคาหรือพื้นที่ชาร์จที่จัดเตรียมอย่างเหมาะสมยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะช่วยลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศและทำให้ตรวจสอบอุปกรณ์ชาร์จได้ง่ายขึ้น

ถ้ารถ EV ถูกน้ำท่วม สามารถชาร์จต่อได้ไหม?
ไม่ควรรีบชาร์จทันทีหากรถถูกน้ำท่วมจนสงสัยว่าระบบไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่แรงดันสูงได้รับความเสียหาย
กรณีรถถูกน้ำท่วม ควรให้ศูนย์บริการหรือช่างที่มีความรู้ด้านระบบแรงดันสูงของรถ EV ตรวจสอบก่อน โดยเฉพาะรถที่
- น้ำท่วมถึงบริเวณใต้ท้องรถเป็นเวลานาน
- มีความเสียหายจากน้ำบริเวณแบตเตอรี่
- มีไฟเตือนระบบแรงดันสูง
- ไม่สามารถเปิดระบบรถได้ตามปกติ
- ไม่ควรทดลองเสียบสายชาร์จเพื่อดูว่ารถยังชาร์จได้หรือไม่

รถ EV น้ำท่วมกับรถน้ำมัน ต่างกันอย่างไร?
รถ EV และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปมีระบบขับเคลื่อนแตกต่างกัน ดังนั้นการประเมินความเสียหายจากน้ำก็แตกต่างกัน
รถน้ำมันมีเครื่องยนต์ ระบบไอดี ระบบเชื้อเพลิง และชิ้นส่วนกลไกจำนวนมาก
ส่วนรถ EV ใช้แบตเตอรี่แรงดันสูง มอเตอร์ไฟฟ้า อินเวอร์เตอร์ และระบบควบคุมไฟฟ้าเป็นองค์ประกอบสำคัญ 
ดังนั้น ไม่ควรนำวิธีดูแลรถน้ำมันหลังน้ำท่วมมาใช้กับรถ EV โดยตรง โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่แรงดันสูง ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนนำรถกลับมาใช้งาน

5 สิ่งที่ไม่ควรทำกับรถ EV หลังน้ำท่วม
1. อย่าฝืนขับรถต่อ
หากมีไฟเตือนหรือรถทำงานผิดปกติ
2. อย่าเปิดระบบซ้ำๆ เพื่อทดลอง
หากสงสัยว่าระบบไฟฟ้าได้รับความเสียหาย
3. อย่าเสียบชาร์จทันที
หากรถถูกน้ำท่วมจนมีความเสี่ยงต่อระบบไฟฟ้า
4. อย่าถอดแบตเตอรี่แรงดันสูงเอง
ระบบแรงดันสูงของ EV อาจมีแรงดันในระดับที่เป็นอันตรายถึงชีวิต
5. อย่าใช้วิธีซ่อมแบบรถน้ำมัน
ควรใช้แนวทางตรวจสอบตามคู่มือและระบบของรถ EV รุ่นนั้นโดยเฉพาะ

 

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรถ EV และน้ำ
รถไฟฟ้าลุยน้ำได้ไหม?
ได้ในระดับที่ผู้ผลิตกำหนด รถ EV สามารถใช้งานในฝนตกและผ่านน้ำขังได้ แต่ไม่ควรนำไปลุยน้ำท่วมลึกหรือกระแสน้ำแรงโดยประเมินจากคำว่า “กันน้ำ” เพียงอย่างเดียว

รถ EV ขับตอนฝนตกได้ไหม?
ได้ตามปกติ รถ EV ถูกออกแบบให้ใช้งานในสภาพฝนตก แต่ผู้ขับควรลดความเร็ว เพิ่มระยะห่าง และระวังน้ำขังบนถนน

รถไฟฟ้าชาร์จตอนฝนตกได้ไหม?
โดยทั่วไปสามารถชาร์จได้ หากรถ อุปกรณ์ชาร์จ และระบบไฟฟ้าอยู่ในสภาพสมบูรณ์และติดตั้งอย่างถูกต้อง แต่ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมขังและปฏิบัติตามคู่มือของรถและเครื่องชาร์จ

น้ำท่วมทำให้แบตเตอรี่รถ EV เสียไหม?
มีความเป็นไปได้หากแบตเตอรี่หรือระบบไฟฟ้าได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม จึงไม่ควรสรุปว่ารถที่ถูกน้ำท่วมจะเสียหายทุกคันหรือไม่เสียหายทุกคัน ต้องตรวจสอบตามสภาพจริง

รถ EV จมน้ำควรทำอย่างไร?
ให้คำนึงถึงความปลอดภัยก่อน หลีกเลี่ยงการเปิดระบบหรือชาร์จรถเอง และควรให้ศูนย์บริการหรือผู้เชี่ยวชาญด้านรถ EV ตรวจสอบก่อนนำกลับมาใช้งาน

สรุป รถไฟฟ้าลุยน้ำได้ไหม?
รถไฟฟ้าสามารถขับในฝน และผ่านน้ำขังได้ภายในขอบเขตที่ผู้ผลิตกำหนด แต่ไม่ได้หมายความว่ารถ EV สามารถลุยน้ำท่วมได้ทุกระดับสิ่งที่ผู้ขับควรให้ความสำคัญคือ ระดับน้ำ กระแสน้ำ สภาพพื้นถนน และคำแนะนำของผู้ผลิตรถแต่ละรุ่น
ส่วนกรณีรถถูกน้ำท่วมสูงหรือจมน้ำ โดยเฉพาะเมื่อสงสัยว่าแบตเตอรี่แรงดันสูง และระบบไฟฟ้าได้รับความเสียหาย ไม่ควรฝืนใช้งานหรือทดลองชาร์จเอง ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อน
ในมุมมองของผม การขับรถ EV ช่วงหน้าฝนไม่ได้มีเรื่องที่ต้องกังวลจนเกินไป หากเราใช้รถอยู่ในขอบเขตที่ผู้ผลิตกำหนด และรู้ว่าเมื่อเจอน้ำท่วมหรือสถานการณ์ผิดปกติ ควรหยุดตรงไหน และทำอย่างไรต่อ

————————

ติดตามข่าวสาร กิจกรรม หรือ สอบถามราคาแบตได้ที เพจหลัก ตามลิงค์นะครับ 
https://web.facebook.com/fastbattfans/
——————————————————
เมื่อแบตหมดโทรเรียก ”ฟาสต์แบต (Fastbatt)”
แบตเตอรี่หมดฉุกเฉิน โทร 090 996 7191 “ฟาสต์แบต “ แบตด่วน ส่งไวภายใน 30 นาที
บริการส่งถึงที่ ฟรี!ไม่มีค่าแรง (15 กม)
——————————————————
เปลี่ยนแบตนอกสถานที่ กรุงเทพ ปริมณฑล :
- Center : 090 996 7191
- Line Official : @fastbatt
- FaceBook Official : fastbattfans
——————————————————
พื้นที่ให้บริการเปลี่ยนแบตเตอรี่นอกสถานที่ กรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง
Fastbatt ให้บริการเปลี่ยนแบตเตอรี่นอกสถานที่ พร้อมจัดส่งและติดตั้งแบตเตอรี่ถึงจุดที่รถจอด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และพื้นที่ใกล้เคียง โดยแบ่งพื้นที่ให้บริการตามโซนต่างๆ ดังนี้

โซนกรุงเทพกลาง
พระนคร, ดุสิต, ป้อมปราบศัตรูพ่าย, สัมพันธวงศ์, พญาไท, ราชเทวี, ดินแดง, ห้วยขวาง, วังทองหลาง, พระราม 9, เหม่งจ๋าย, ประชาสงเคราะห์, เทียนร่วมมิตร, RCA, ทาวน์อินทาวน์, แยก อสมท, เซ็นทรัล พระราม 9, ถนนเพชรบุรี, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และถนนศรีอยุธยา

โซนลาดพร้าว–รามอินทรา–บางเขน
จตุจักร, บางซื่อ, ลาดพร้าว, วังหิน, ลาดปลาเค้า, โชคชัย 4, นาคนิวาส, สตรีวิทยา 2, ประดิษฐ์มนูธรรม, เลียบทางด่วนรามอินทรา–อาจณรงค์, รามอินทรา, บางเขน, ท่าแร้ง, หลักสี่, ดอนเมือง และสายไหม

โซนมีนบุรี–รามคำแหง–บางกะปิ
บางกะปิ, คลองจั่น, แฮปปี้แลนด์, หัวหมาก, รามคำแหง, หลังราม, หมู่บ้านนักกีฬา, สะพานสูง, สัมมากร, นวลจันทร์, นวมินทร์, บึงกุ่ม, คลองกุ่ม, โพธิ์แก้ว, คลองลำเจียก, สุคนธสวัสดิ์, ประเสริฐมนูกิจ, ตลาดปัฐวิกรณ์, เสรีไทย, คันนายาว, มีนบุรี, คลองสามวา, หนองจอก และร่มเกล้า

โซนสุขุมวิท–พระโขนง–คลองเตย
ปทุมวัน, บางรัก, สาทร, บางคอแหลม, ยานนาวา, อโศก, สุขุมวิท, ทองหล่อ, เอกมัย, สุขุมวิท 71, ปรีดี พนมยงค์, พระโขนง, คลองตัน, คลองเตย, วัฒนา, พระราม 4 และกล้วยน้ำไท

โซนอ่อนนุช–พัฒนาการ–ศรีนครินทร์
สวนหลวง, ประเวศ, อ่อนนุช, พัฒนาการ, ศรีนครินทร์, เฉลิมพระเกียรติ ร.9, บางจาก, อุดมสุข, ปุณณวิถี, ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์, ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์, ซีคอน และพาราไดซ์ พาร์ค

โซนบางนา–ลาดกระบัง–พื้นที่ใกล้เคียง
บางนา, ลาซาล, แบริ่ง, ด่านสำโรง, กิ่งแก้ว, ลาดกระบัง และเซ็นทรัล บางนา

โซนกรุงธนบุรี
ธนบุรี, คลองสาน, จอมทอง, บางพลัด, บางกอกใหญ่, บางกอกน้อย, ตลิ่งชัน, ทวีวัฒนา, ภาษีเจริญ, บางแค, หนองแขม, บางบอน, บางขุนเทียน, ราษฎร์บูรณะ และทุ่งครุ

นอกจากนี้ Fastbatt ยังให้บริการในพื้นที่ใกล้เคียงกรุงเทพฯ โดยสามารถจัดส่งและติดตั้งแบตเตอรี่ถึงจุดที่รถจอด ทั้งรถยนต์ทั่วไป รถยนต์ Hybrid รถยนต์ Plug-in Hybrid และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ตามพื้นที่ และเงื่อนไขการให้บริการ

หมายเหตุ: พื้นที่ให้บริการ และค่าบริการอาจแตกต่างกันตามระยะทาง ตำแหน่งรถ สภาพการจราจร และช่วงเวลาที่เรียกใช้บริการ และบางพื้นที่มีค่าบริการ กรุณาสอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันพื้นที่ให้บริการและค่าใช้จ่ายก่อนเข้ารับบริการ

Powered by MakeWebEasy.com
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy  and  Cookies Policy