131015 Views |
แบตหมด รถสตาร์ทไม่ติด ทำอย่างไรดี
ท่านผู้ใช้รถทั้งหลายโดยเฉพาะมือใหม่ รวมไปเพื่อนๆ ที่ใช้รถฟฟ้า (EV) เคยลองคิดเล่นๆ ดูไหมครับว่าถ้าขับรถอยู่ดีๆ แล้วเจ้ารถคู่ใจเกิดแบตเตอรี่หมดกลางทาง รถสตาร์ทไม่ติด ยิ่งถ้าจู่ๆ รถสตาร์ทไม่ติดในช่วงเวลาเร่งด่วนขึ้นมา ยิ่งชวนหงุดหงิดเข้าไปอีก หากคุณกำลังคิดว่าคงทำอะไรไม่ถูกหากแบตเตอรี่หมด รถสตาร์ทไม่ติด เรามีวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นเมื่อประสบกับเหตุการณ์รถสตาร์ทไม่ติดทั้งรถสันดาป และ รถไฟฟ้า EV มาฝากทุกคนกันครับ
อันดับแรก เมื่อรถสตาร์ทไม่ติด สิ่งแรกที่คุณควรทำคือตั้งสติ และเช็คอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อที่จะได้มั่นใจว่าที่รถสตาร์ทไม่ติดเป็นเพราะแบตเตอรี่รถหรือเป็นที่ระบบอื่น โดยส่วนใหญ่ที่รถสตาร์ทไม่ติดมักเกิดจาก แบตเตอรี่ไฟหมด หรือเสื่อมสภาพ ไดชาร์จเสื่อม มอเตอร์สตาร์ทเสื่อม หรือระบบไฟฟ้าเกิดลัดวงจร โดยให้ลองเช็คอาการเพื่อหาสาเหตุก่อนดังนี้
รถสตาร์ทไม่ติดเกิดจาก
1. รถสตาร์ทไม่ติดเกิดจาก แบตหมด แบตเตอรี่เสื่อม
ถ้าหากใช้แบตเตอรี่มากกว่า 1.5 - 2 ปี ก็เป็นไปได้ว่า แบตหมด แบตเตอรี่เสื่อม เนื่องจากใช้งานมานาน สตาร์ทรถไม่ติดตอนเช้า หรือ จอดทิ้งไว้นาน 6 - 8 ชม. ก็จะพบอาการสตาร์ทไม่ติด ถ้าแบตเตอรี่เสื่อมมากเพียงแค่ 2-3 ชั่วโมงก็อาจจะมีอาการ "รถสตาร์ทไม่ติด" เป็นสัญญาณให้รีบเปลี่ยนแบตเตอรี่
2. รถสตาร์ทไม่ติดเกิดจาก ไดสตาร์ทเสีย
- หมุนกุญแจ หรือกดปุ่มสตาร์ท สัก 2-3 ครั้ง แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น
- หลังจากสตาร์ทติด มีเสียงผิดปกติ เสียงดังครืดคราด ถ้ามีอาการแบบนี้ ควรรีบไปตรวจสอบโดยด่วนว่า ไดสตาร์ท มีปัญหาหรือไม่
- แปรงถ่านในตัวไดสตาร์ทอาจหมด หรือใกล้หมด ต้องนำรถยนต์เข้าศูนย์บริการ เพื่อให้ช่างที่ชำนาญได้ตรวจสอบปัญหา ไดสตาร์ท
3. รถสตาร์ทไม่ติดเกิดจาก ไดชาร์จเสื่อม, พัง!!
อาการค่อนข้างคล้ายกับ แบตหมด แบตเตอรี่เสื่อม เนื่องจาก ไดชาร์จไม่สามารถปั่นกระแสไฟเข้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรรี่ได้ แต่ภายในแบตเตอรี่จึงมีไฟอยู่ ทำให้เวลาสตาร์ทจะมีเสียงลากยาวกว่าปกติ ไฟหน้ารถสว่างน้อยลง แอร์ในห้องโดยสารเริ่มไม่ค่อยเย็น หากเครื่องยนต์ติดอยู่รถจะดับในเวลารอบต่ำๆ หรือ เครื่องยนต์อาจดับไปกลางอากาศ ก็เกิดขึ้นได้
4. รถไฟฟ้าสตาร์ทไม่ติดหลักๆ เกิดจาก แบตเตอรี่ไฟหมด เนื่องจาก รถฟ้าฟ้า EV ต่างจากรถน้ำมันพอสมควรครับ เพราะรถไฟฟ้า EV ไม่มีไดสตาร์ท ไม่มีการจุดระเบิดเครื่องยนต์ การที่รถสตาร์ทไม่ติด และไฟในระบบหมดไปนั้นสันนิฐานได้เลยว่า แบตเตอรี่ลูกเล็ก 12V. เสื่อมสภาพ หรือ ปัญหาอื่นๆ ดังนี้
4.1 ปัญหาที่ระบบ High Voltage (แบตเตอรี่ลูกใหญ่) กรณีนี้พบน้อยแต่รุนแรงกว่า คือมีความผิดปกติที่ระบบไฟแรงสูง หรือระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) ตัดการทำงานเพื่อความปลอดภัย มักจะมีไฟเตือนรูป "เต่า", รูป "ประแจ, หรือข้อความเตือนความผิดปกติของระบบไฟฟ้าโชว์บนหน้าจอ เบื้อนต้นให้พักรถประมาณ 45 นาทีหรือมากกว่านั้น แล้วค่อยมาลองสตาร์ทใหม่
4.2 กุญแจรีโมท (Smart Key) แบตหมด หากรถหาพวงกุญแจไม่เจอ รถจะไม่ยอมให้สตาร์ทเพื่อป้องกันการขโมย อาการคือหน้าจออาจขึ้นเตือนว่า "Key not detected" หรือสัญลักษณ์รูปกุญแจ
4.3 เหยียบเบรกไม่ลึกพอ ระบบของรถ EV หลายรุ่นต้องการให้เหยียบเบรก "ลึกและแรง" กว่ารถน้ำมันเล็กน้อยในขณะกดปุ่ม Start เพื่อยืนยันความปลอดภัย
4.4 ยังเสียบสายชาร์จค้างอยู่ รถยนต์ไฟฟ้ามีระบบความปลอดภัยที่จะ ไม่ยอมให้รถออกตัวหรือเข้าเกียร์ D หากสายชาร์จยังเสียบอยู่ แม้ว่าจะดึงไฟออกแล้วแต่ถ้าหัวชาร์จยังคาอยู่ที่ตัวรถ รถจะไม่ขึ้นสถานะ Ready
4.5 ระบบ Software ค้าง (System Glitch) รถ EV เปรียบเสมือนคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ บางครั้งระบบปฏิบัติการอาจจะค้าง ทำให้หน้าจอดับหรือสั่งการไม่ได้
วิธีแก้: ทำการ Hard Reset (วิธีทำแตกต่างกันตามยี่ห้อ เช่น ของ Tesla อาจต้องกดปุ่มบนพวงมาลัยค้างไว้พร้อมกัน 2 ปุ่ม) ลองดับเครื่อง ล็อครถ เดินห่างออกมาสักพักไม่ต้องรีบร้อน แล้วกลับไปลองใหม่
ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับรถสันดาป
ระบบไดชาร์จมีปัญหา โดยจะมีอาการเครื่องดับเวลาที่วิ่งรถรอบต่ำๆ หรือเมื่อลองถอดขั้วแบตเตอรี่ขั้วลบออกหนึ่งข้างขณะที่รถสตาร์ทอยู่ หากรถดับทันทีหรือมีอาการไฟตก รถกระตุก นั่นหมายความว่าสาเหตุอาจมาจากไดชาร์จเสื่อม ให้เข้าร้านซ่อมเพื่อเปลี่ยนไดชาร์จครับ
มอเตอร์สตาร์ทมีปัญหา หากเกิดเหตุการณ์รถสตาร์ทไม่ติด พ่วงแบตก็แล้ว เปลี่ยนแบตลูกใหม่ก็แล้ว หากยังพบว่ารถสตาร์ทไม่ติดอยู่เหมือนเดิม ให้เตรียมเงินในกระเป๋าให้ดี เพราะเคสนี้อาจต้องใช้รถลาก หรือพึ่งบริการซ่อมนอกสถานที่ครับผม
หากเป็นอาการแบตเตอรี่เสื่อม จะเห็นว่ารถเก็บไฟไว้ไม่ค่อยได้ ยิ่งถ้ามีการจอดรถข้ามวัน พอกลับมาสตาร์ทรถอีกครั้งก็ไม่ติดแล้ว ในช่วงบิดกุญแจอาจมีเสียงแชะๆ อาการแบบนี้บ่งบอกว่าแบตเตอรี่เสื่อม และไม่สามารถเก็บประจุไฟฟ้าไว้ได้นาน มีการรั่วไหลของแบตเตอรี่จนหมดในเวลาสั้นๆ หากแบตเตอรี่เสื่อมน้อย จอดทิ้งเกิน 6-8 ชั่วโมงขึ้นไปถึงจะเริ่มสตาร์ทยาก ถ้าแบตเตอรี่เสื่อมมากเพียงแค่ 2-3 ชั่วโมงก็อาจจะมีอาการรถสตาร์ทไม่ติดไปเลย ซึ่งหากตรวจดูจนแน่ใจแล้วว่าที่รถสตาร์ทไม่ติดเป็นเพราะแบตเตอรี่เสื่อม
ระบบไดชาร์จมีปัญหา เป็นผลค้างเคียงทำให้แบตเตอรี่ 12V มีปัญหาไปด้วย โดยจะมีอาการเครื่องดับเวลาที่วิ่งรถรอบต่ำๆ หรือเมื่อลองถอดขั้วแบตเตอรี่ขั้วลบออกหนึ่งข้างขณะที่รถสตาร์ทอยู่ หากรถดับทันทีหรือมีอาการไฟตก รถกระตุก นั่นหมายความว่าสาเหตุอาจมาจากไดชาร์จเสื่อม ให้เข้าร้านซ่อมเพื่อเปลี่ยนไดชาร์จ และตรวจเช็คแบตเตอรี่ครับ
วิธีสังเกตุสัญญาณแจ้งเตือนไดชาร์จพัง!!
1. รอบเดินเบากว่า
2. ความสว่างของไฟหน้าลดลง
3. ความเย็นของแอร์ลดลง
4. เครื่องดับ เพราะถ้าไดชาร์จเสีย จะไม่มีไฟฟ้าใช้ในรถ ทำให้เครื่องดับ หยุดทำงาน ใช้งานต่อไม่ได้
สิ่งที่ควรระวัง
เมื่อเกิดอาการแจ้งเตือนไดชาร์จพังตามหัวข้อดังกล่าว หรือมีไฟรูปแบตเตอรรี่โชว์บนหน้าปัด ควรรีบนำรถเข้าเช็กสภาพไดชาร์จ และระบบไฟโดยเร็ว และควรปิดระบบไฟต่างๆ เช่น แอร์ เพื่อเซฟไฟให้พอใช้ระหว่างที่นำเรถไปซ่อม ในกรณีนี้หากไดชาร์จอาการเสียรุนแรง อาจทำให้รถดับกลางทางได้ จึงควรระมัดระวังให้มาก
ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับรถไฟฟ้า EV
วิธีระวังรถไฟฟ้า ไฟหมด สตาร์ทไม่ติด!!
สำหร้บรถไฟฟ้าแทบไม่มีอะไรแจ้งเตือนเลย เรามีวิธีสังเกตุง่ายๆ ด้วยตัวของเราเอง ก่อนที่แบตเตอรี่จะเสื่อมสภาพ จนไฟหมดสตาร์ทไม่ติด นั้นก็คือ
1. ศูนย์บริการแจ้งเตือนแบตเตอรี่เริ่มเสื่อมสภาพ
2. แบตเตอรี่มีอายุมากกว่า 2 ปี แนะนำว่าควรเปลี่ยนแบตเตอรี่
3. สำหรับรถที่วิ่งเยอะ โดยแบตเตอรี่มีอายุการใช้งานเฉลี่ยนอยู่ที่ 40,000 - 60,000 กิโลเมตร ต่อการเปลี่ยนแบตเตอรี่ 1 รอบ
รถสตาร์ทไม่ติด ควรทำอย่างไรดี!
1. หากปัญหารถสตาร์ทไม่ติดเนื่องจากแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ โดยมีอายุเกิน 2 ปี และเราคาดว่ามาจากแบตเตอรี่เสื่อม แนะนำให้ให้คุณลูกค้าลองพ่วงเเบตเตอรี่รถยนต์ดู และเมื่อรถสตาร์ทติดแล้ว ทางร้านแบตเตอรี่รถยนต์ แนะนำให้ลูกค้ารีบเปลี่ยนเเบตตอรี่ลูกใหม่โดยทันที ก่อนเกิดเหตุในภาวะฉุกเฉินครับ
2. หากสตาร์ทไม่ติดเนื่องจากไดร์สตาร์ทเสื่อมสภาพ "มอเตอร์ไม่หมุน" ต่อให้พ่วงแบตยังไงรถก็ไม่ติดครับ
วิธีเคาะ (ฉุกเฉิน):
หาท่อนเหล็ก หรือประแจยาวๆ มองหาตัวไดสตาร์ท (กระบอกกลมๆ ข้างเครื่อง) ให้คนหนึ่งบิดกุญแจสตาร์ทค้างไว้ อีกคนหนึ่ง "เคาะ" ที่ตัวไดสตาร์ทแรงพอประมาณ (ระวังโดนสายไฟ) ถ้ารถยังสตาร์ทไม่ติดอีกให้เรียกช่างได้เลยครับ
3. "รถยนต์ไฟฟ้า" (EV) แล้วสตาร์ทไม่ติด เนื่องจากไฟหมด ทางร้านแนะนำวิธีเบื่องต้นคือการเรียกช่างจากศูนย์บริการเพื่อตรวจเชคอาการเบื้องต้นว่าเกิดจากอะไร ถ้าสาเหตุเกิดจากแบตเตอรี่ลูกเล็ก 12V ให้ช่างศูนย์จั๊มแบต และให้ลูกค้าติดต่อร้านเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้เลย หรือจะโทรมาหาร้านเราก็ได้ครับ
อาการที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เราสามารถตรวจเบื้องต้นด้วยการ จั้มสตาร์ท หรือ การพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ถ้ามันนิ่งสนิทเราก็คงต้องให้ช่างตรวจสอบการทำงานของระบบที่เกี่ยวข้องกับการสตาร์ทรถ หรือระบบไฟของรถยนต์ บางทีหนูอาจจะเข้ามากัดสายไฟขาดทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าในรถเสียหาย ทำให้สตาร์ทรถไม่ติดได้เช่นกัน อันนี้ก็คงต้องติดต่อให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยจัดการครับ
——————————————————

บริการพ่วงแบต จั๊มแบตรถยนต์ ฉุกเฉินนอกสถานที่ ราคาเริ่มต้น 500 บาท
บริการพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ จั๊มแบตเตอรี่รถยนต์ แบตเตอรี่รถยนต์หมดฉุกเฉินนอกสถานที่ ในกรณีที่ลืมเปิดไฟทิ้งใว้, จอดรถทิ้งใว้นานๆ หรือ กรณีอื่นๆ เราบริการนอกสถานที่ทั้งในกรุงเทพ ปริมณฑล รวมไปถึงการเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ฉุกเฉินนอกสถานที่โดยช่างผู้ชำนาญงาน บริการแบตด่วน ภายใน 30 นาที
อัตราค่าบริการพ่วงแบต จั๊มแบตรถยนต์ ฉุกเฉิน นอกสถานที่ ราคาดังนี้ <<คลิ๊ก
วิธีแก้ไขเบื้องต้นคือขอความช่วยเหลือเพื่อพ่วงแบตเตอรี่กับรถคันอื่น โดยใช้สายพ่วงแบตเตอรี่ และทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
การพ่วงแบตรถยนต์ที่ถูกวิธี แบบง่ายๆ
1. สายสีแดง คีบขั้วบวก แบตเตอรี่ ไฟดี
2. สายสีแดง คีบขั้วบวก แบตเตอรี่ ไฟอ่อน
3. สายสีดำ คีบขั้วลบ แบตเตอรี่ ไฟดี
4. สายสีดำ คีบตัวถังโลหะ รถที่แบตเตอรี่ ไฟอ่อน
5. ปิดระบบไฟฟ้า และแอร์ของรถทั้ง 2 คัน
6. สตาร์ทรถแบตเตอรี่ ไฟดี แล้วสตาร์ทรถแบตเตอรี่ ไฟอ่อน
7. ถอดสายสีดำ แบตเตอรี่ ไฟอ่อน และถอดสายสีดำ แบตเตอรี่ ไฟดี
8. ถอดสายสีแดง แบตเตอรี่ ไฟอ่อน และถอดสายสีแดง แบตเตอรี่ ไฟดี
เมื่อพ่วงแบตครบตามขั้นตอนด้านบนแล้ว ให้เริ่มสตาร์ทรถของคนที่มาช่วยเหลือก่อน แล้วค่อยสตาร์ทคันที่รถสตาร์ทไม่ติด หลังจากนั้นจึงถอดสายออกย้อนกลับตามลำดับ แล้วค่อยขับรถมองหาร้านแบตเตอรี่ที่มีสัญลักษณ์ 3K Battery เพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่ได้คุณภาพ มาตรฐานระดับสากล โดยที่ shop จะมีแบตเตอรี่ให้เลือกหลากหลายแบบ หลากหลายประเภทที่คุณสามารถเลือกให้เข้ากับรถของคุณได้เลยครับ แค่นี้ปัญหารถสตาร์ทไม่ติดก็หมดไปแล้วครับผม
——————————————————
เมื่อแบตหมดโทรเรียก ”ฟาสต์แบต (Fastbatt)”
แบตเตอรี่หมดฉุกเฉิน “ฟาสต์แบต” แบตด่วน ส่งไวภายใน 30 นาที
บริการส่งถึงที่
——————————————————
การให้บริการระยะทาง 15 กิโลเมตร (ไม่เกิน 20 กิโลเมตร)
ในกรณีนอกเขตพื้นที่บริการมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ 500 บาท
เขตปริมณฑล ค่าบริการเริ่มต้นที่ 1,000 บาท (งดบริการชั่วคราว)
ขอสงวนสิทธิ์การให้บริการในบางเวลา และบางพื้นที่